Category:

สุขภาพ

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการกิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เรียนรู้ และปรับพฤติกรรมกันไปบางส่วนแล้ว วันนี้ใครยังลดไม่ได้ ยังปรับไม่ได้ ลองมาดูผลจากการทานหวานกันบ้าง ปรับเพื่อลดความเสี่ยง เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะ

สุขภาพดี เมื่อลดน้ำตาล ข้อดีของการลดหวานมีอะไรบ้าง

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค
ขนมหวาน น้ำตาลสูง

สุขภาพ กับ น้ำตาล

น้ำตาลเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย ยิ่งอากาศร้อน ๆ แบบนี้ยิ่งต้องเติม แต่ร่างกายก็มีขีดจำกัดในการรับได้เช่นกัน อย่างที่เคยกล่าวไปในบทความก่อนหน้านี้ ช่วงนี้หลาย ๆ คนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น เราจึงนำบทความเกี่ยวกับของหวาน และน้ำตาลมาให้ได้ลองทำความเข้าใจกัน และหลังจากที่ลองทำความเข้าใจกับบทความก่อนหน้ามาแล้ว วันนี้เรามาดูกันบ้าง ว่าหลังจากลดหวานลงแล้ว ร่างกายดีขึ้นอย่างไรบ้าง

ลดหวาน ผิวเหี่ยวช้าลง

เมื่อเราทานของหวานเข้าไป ร่ายกายจะย่อยเป็นน้ำตาลและถูกส่งผ่านเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็ว เมื่อเราลดน้ำตาล หรือลดหวานได้ ร่างกายจะไม่ถูกรบกวน โดยจะสร้างสารที่ทำลายคอลลาเจน (AGEs) ได้น้อยลง และมีกลไกในการกำจัดคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพได้ตามปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ผิวของเราดีขึ้น และเหี่ยวช้าลงนั่นเอง

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค
ไขมันพอกตับ ลดหวาน ลดความเสี่ยง สุขภาพดี

ลดหวาน ตับทำงานดีขึ้น

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นเมื่อเราทานอาหาร หรือของหวานเข้าไป ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยเป็นน้ำตาล และไขมัน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะดูดซึมไปทั่วร่างกาย ซึ่งไขมันพวกนี้จะไปพอกที่ตับ หากลดหวาน ลดน้ำตาลลงได้ไขมันก็จะลดลง และตับจะทำงานดีขึ้นนั่นเอง

ลดหวาน สิวขึ้นน้อยลง

ของหวาน และน้ำตาลก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให่ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาเยอะ เมื่อเราลาการกินของหวานลง ผิวจะผลิตน้ำมันน้องลง จึงลดโอกาสการเกิดสิวได้ จะเห็นว่าของหวานที่เรากินเข้าไป จะถูกดูดซึมและส่งผลต่อผิวอย่างเห็นได้ชัดเป็นอันดับต้น ๆ สาว ๆ หนุ่ม ๆ หรือคนรักสุขภาพต้องเลือกทานกันหน่อยนะคะ

ลดหวาน ลดความเสี่ยงจากเบาหวาน

กลไกการทำงานของร่างกายนั้นจะย่อยแป้งเป็นน้ำตาล และน้ำตาลจะถูกเปลี่ยนไปไขมัน ทำให้เสี่ยงเป็นภาวะดื้ออินซูลิน และอาจทำให้สะสมจนกลายเป็นโรคเบาหวานได้ ฉะนั้นเมื่อเราลดหวานลง ไขมันจะลดลง ทำให้ภาวะความเสี่ยงเป็นเบาหวานนี้ลดลงนั่นเอง

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค
ดื่มนมธรรมชาติ ลดหวาน ห่างไกลโรค สุขภาพดี

ลดหวานแค่เลือกกิน

น้ำตาลในอาหาร หรือของหวานนั้นในที่นี้จะขอแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ เข้าใจกันง่ายขึ้น คือ น้ำตาลที่เติม ที่มีการปรุงแต่งเข้าไปเพื่อให้ออกมาเป็นอาหาร หรือขนมหวาน และ น้ำตาลที่มีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ และกรมอนามัยโลย และกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าน้ำตาลที่เข้าสู่ร่างกายนั้นไม่ควนเกิน 24 กรัมต่อวัน นั่นเอง

สุขภาพดี เริ่มจากปรับพฤติกรรม ลดหวาน ลดน้ำตาล ลดโรค ลองนำไปปรับใช้กันดู สุขภาพดี อะไรดี ๆ ก็จะเข้ามาในชีวิต หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ และ lottosod เอาใจช่วยทุกคนที่อยากลดน้ำหนัก มาสร้างเสริมสุขภาพไปด้วยกัน ปีนี้ต้องเป๊ะ ต้องปังเท่านั้น

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย กินเพื่อสุขภาพ ทำความเข้าใจพื้นฐานการทำงานของร่างกาย ร่างการเรา มีวิธีการจัดการกับน้ำตาลอย่างไร อาหารแต่ละชนิดร่างกายก็มีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน แล้วเราแบ่งประเภทของน้ำตาลกันอย่างไร น้ำตาลแต่ละกลุ่มมีผลอย่างไรกับร่างกาย และเหมาะกับคนประเภทไหน มาทำความเข้าใจ lottosod กันให้มากขึ้น และรู้จักทานให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย
กินเพื่อสุขภาพ

ร่างกายจัดการกับอาหารอย่างไร

ในอาหารทุกชนิดนั้น มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลที่มีอยู่ในอาหารอยู่แล้ว หรือ น้ำตาลที่เราปรุงเพิ่มเข้าไป และรู้หรือไม่ ว่าร่างการมีกลไกในการจัดการกับน้ำตาลแต่ละชนิดต่างกัน น้ำตาลจากแหล่งอาหารที่ต่างกัน ก็จะส่งผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับน้ำตาลจากอาหารแต่ละชนิด ให้กระจ่างมากขึ้น เพื่อให้รู้ทัน และรู้จักร่างกายของเราให้มากขึ้นนั่นเอง

กลุ่มน้ำตาลในผัก และผลไม้

น้ำตาลแต่ละแบบมีผลต่อร่างกายต่างกัน ปริมาณของน้ำตาลในผัก และผลไม้นั้นไม่ได้มีเท่ากันไปซะทุกชนิด แต่น้ำตาลประเภทนี้จะมีไฟเบอร์ช่วยดักจับน้ำตาล เมื่อเรากินน้ำตาลจากผัก และผลไม้เข้าไป ก็จะมีไฟเบอร์ช่วยดักจับแล้วเพิ่มน้ำตาลให้ค่อย ๆ เข้าไปในเลือดให้ช้าที่สุด ซึ่งเหมาะแก่คนที่ลดน้ำหนัก คนที่มีอาการท้องผูก หรือสายเฮลท์ตี้นั่นเอง

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย
ของดีมีประโยชน์ เลือกทานเพื่อสุขภาพ

กลุ่มน้ำตาลในนม

กลุ่มน้ำตาลที่มีอยู่ในนมนั้น เป็นน้ำตาลที่ย่อยช้า เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจึงเพิ่มน้ำตาลในเลือดช้า นมธรรมชาติจึงเหมาะกับคนท้อง เด็กกำลังโต หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่ต้องการบำรักข้อ และกระดูกนั่นเอง ซึ่งนมนั้นก็มีอยู่หลายประเภท อยากสุขภาพดีต้องเลือกดื่มกันนะคะ

กลุ่มน้ำตาลในแป้ง

กลุ่มน้ำตาลในแป้ง ประเภทแป้งขัดสี เป็นกลุ่มน้ำตาลที่เพิ่มน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือดเร็ว จริง ๆ แล้วอาหารชนิดนี้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย และยังเหมาะกับคนที่ออกกำลังกายด้วย ถ้าอยากให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น เพื่อน ๆ ควรเลือกทานแบบไม่ขัดสีนะคะ

กลุ่มน้ำตาลเพิ่มเติม

กลุ่มน้ำตาลเพิ่มเติม หรือน้ำตาลที่เราปรุงแต่งเพิ่มเข้าไป ส่วนใหญ่มักอยู่ในกลุ่มจำพวดขนมหวาน น้ำอัดลมต่าง ๆ กลุ่มน้ำตาลประเภทนี้เพิ่มน้ำตาลในเลือดเร็วมาก แต่ก็มีประโยชน์กับกลุ่มคนที่ต้องใช้แรงเยอะ หรือกลุ่มคนที่หน้ามือ จะเป็นลมนั่นเอง

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย
เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลในอาหารแต่ละประเภท

กินน้ำตาลอย่างเข้าใจเพื่อสุขภาพ

อาหารทุกอย่าง หากกินเยอะก็มีผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน วันนี้เราได้ทำความเข้าใจกับน้ำตาลในอาหารแต่ละชนิดกันไปแล้ว กล่าวโดยสรุปก็คือ น้ำตาลในผัก ผลไม้ และนมมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ กินได้ไม่ต้องกังวล หากเป็นน้ำตาลในแป้ง เราควรเลือกทานแป้งไม่ขัดสี เพื่อสุขภาพที่ดี แต่หากเป็นน้ำตาลที่ปรุงเพิ่มเติมเข้ามา หนทางที่ดี ไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ตามที่กรมอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด

เลือกทานเพื่อสุขภาพ น้ำตาลมีผลอย่างไรกับร่างกาย

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล เครื่องดื่มแต่ละชนิดมีแคลอรีเท่าไหร่ อยากสุขภาพดี อยากลดน้ำหนัก ต้องเลือกทานเครื่องดื่มแบบนี้ ควรเลือกเครื่องดื่มแบบไหนเป็นทางเลือกสุขภาพ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทไหน วันนี้ เว็บล็อตโต้สด เราจะมาเจาะลึกข้อมูลกันให้มากขึ้น อยากเติมความหวานนั้นเติมได้ แต่ไม่ควรเลือกบริโภคบ่อยจนเกินพอดีนะคะ

แคลอรีเครื่องดื่ม เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล
แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ หลีกเลี่ยงให้มากขึ้น ได้จำเป็นต้องเลิกขาด

เครื่องดื่ม

เมืองร้อนอย่างประเทศไทย จะขาดของหวานอย่างเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนไปไม่ได้เลย วันนี้เราอยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนลองมาดูแคลอรีของเครื่องดื่มแต่ละชนิดกันบ้าง ว่าเครื่องดื่มประเภทให้พลังงาน และให้น้ำตาลอย่างไรบ้าง จะเลือกดื่มเครื่องดื่มทั้งทีควรเลือกแบบไหน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

เครื่องดื่มสายสุขภาพ ไม่ให้พลัง และ ไม่มีน้ำตาล

น้ำเปล่า

น้ำเปล่าเย็น ๆ ก็สามารถเติมความสดชื่นให้กับร่างกายได้เช่นกัน นอกจากดับกระหายได้แล้วยังดีต่อสุขภาพด้วย ยิ่งดื่มยิ่งดีต่อสุขภาพ และผิวพรรณ

ชาเขียวจากใบชา

ชาเขียวจากใบชา ก็ถือเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้เช่นกัน เพียงชงแล้วใส่น้ำแข็ง นั่งจิบชิว ๆ เป็นทางเลือกอีกหนึ่งทางสำหรับสายคาเฟอีนที่อยากหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ให้ความหวาน หรือน้ำตาลนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสาร Anti-oxidant และแทนนินอีกด้วย

ชาเขียว สูตรไม่มีน้ำตาล (ตามร้านสะดวกซื้อ)

ชาเขียวสูตรไม่มีน้ำตาล ก็ยังคงเป็นชาเขียวที่ให้ประโยชน์เหมือนกันกับชาเขียวจากใบชา เพียงแต่ออกมาในรูปแบบที่สะดวกต่อการดื่มมากขึ้น และตราบใดที่เป็นชาเขียวที่ไม่ใส่นม ก็ยังคงมีประโยชน์ที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระ และแทนนินอยู่เช่นกัน เพราะหากเป็นชาเขียวที่เติมนมเข้าไปนั้น แทนนินจะถูกทำลายด้วยโปรตีนจากนมนั่นเอง

น้ำอัดลม สูตรไม่มีน้ำตาล

น้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล ทางเลือกอีกรูปแบบสำหรับคนที่ติดน้ำอัดลม แต่อยากลดหวาน ลดน้ำตาล หรือลดความอ้วน โดยน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลนี้ จะใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ซึ่งสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้ก็มีหลายรูปแบบ สายเฮลท์ตีนิยมเลือกทานตัวนี้กันเยอะมาก

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล
แคลอรีเครื่องดื่ม เครื่องดื่มให้พลังงาน และน้ำตาลสูง

เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน และมีน้ำตาล

เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน และมีน้ำตาลนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากควบคุมการบริโภคให้ดีก็มีประโยชน์กับร่างกายเช่นกัน เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น ซึ่งเครื่องดื่มประเภทนี้ เราควรเลือกบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน จะดีต่อสุขภาพตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยประกาศไว้นั่นเอง

ชาเขียวมะลิ ตามร้านสะดวกซื้อ โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 120 kcal น้ำตาล 28 กรัม ซึ่งดู ๆ แล้วอาจไม่ได้ให้พลังงานเยอะ แต่ปริมาณของน้ำตาลก็เกินจากปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันเช่นกัน

เครื่องดื่มเกลือแร่ มีประโยชน์ในเวลาที่ร่างกายต้องการ จากการเสียเหงื่อ หรือร่างกายอ่อนเพลีย แต่ต้องบอกเลยว่าควรระมัดระวังในการทานกันด้วยนะคะ เพราะใน 1 ขวดนั้นมีกลูโคสมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ หรือน้ำตาล 26 กรัมนั่นเอง

น้ำส้ม ไม่ใช่น้ำส้มทุกชนิดจะมีประโยชน์เสมอไป เพราะน้ำส้มที่ผลิตมาแบบพร้อมทานแล้วนั้น อาจมีน้ำตาลสูงถึง 36 กรัม ทางทีดีควรเลือกทานน้ำส้มสด หรือผลไม่สด จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่านะคะ หรือใครที่ไม่ชอบกาก เดี๋ยวนี้เขาก็มีแบบสกัดเย็นแล้วด้วย อยากสุขภาพดีต้องเลือกทานกันหน่อยแล้ว

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล
แคลอรีเครื่องดื่ม

เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน และมีน้ำตาลสูงมาก

น้ำอัดลม ไม่ว่าจะสีส้ม สีเขียว หรือจะเป็นสีใสก็ตาม เครื่องดื่มเหล่านี้ล้วนให้ทั้งพลังงานถึง 200 kcal และให้น้ำตาลถึง 48 กรัม ซึ่งนับว่าให้น้ำตาลมากกว่าที่ร่างกายต้องการถึง 2 เท่าเลยทีเดียว สดชื่นจริง ชื่นใจจริง แต่ถ้าดื่มบ่อยก็นอกจากจะเสียสุขภาพแล้ว มันจะทำให้เราติดและอยากดื่มต่อในทุก ๆ วัน นอกจากโรคถามหา แล้วยังทำให้หน้าแก่ก่อนวัยด้วยนะ

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มยอดฮิตในสมัยนี้ ให้พลังงานสูงถึง 350 kcal และมีน้ำตาลมากถึง 40 กรัม เรียกได้ว่าพลังงานขนาดนี้ทานข้าวได้จานหนึ่งเลยทีเดียว และนอกจากชานมแล้ว ยังมีไข่มุกเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อน ๆ บางคนขอเพิ่มไข่มุกเข้าไปด้วยงานนี้บอกเลยว่าหวานเรียกพี่ อ้วนเรียกแม่ เพราะในไข่มุกนั้นทำมาจากมันสำปะหลัง และยังนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลเพิ่มอีก งานนี้ใครที่ติดต้องเพลา ๆ ลงหน่อยแล้วนะ

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล
แคลอรีเครื่องดื่ม เครื่องดื่มคาเฟอีน

แคลอรีเครื่องดื่ม ทำความเข้าใจ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน VS น้ำตาล

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน อาการคนติดหวานเป็นยังไง คิดว่าตัวเองติดหวานหรือไม่วันนี้ลองมาเช็คไปพร้อมกัน ซึ่งวันนี้เรามาลองมาทำความเข้าใจร่างกายกันให้มากขึ้น ถ้ามีความพยายามวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังทำให้สุขภาพของเพื่อน ๆ ดีขึ้นอีกด้วย

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน รู้ทันกลไกการทำงานของร่างกาย

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน
ของหวานคือความสุข วิธีลดน้ำหนัก

อาการคนติดหวาน เป็นยังไง?

ไม่ได้ติดหวานแต่สั่งขนมหวานกินทุกวัน กินข้าวเสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยของหวานตลอด ไม่ได้กินก็จะกระวนกระวาย อยากทานจุกจิก แบบนี้เรียกว่าติดหวานแล้วนะ! ของหวานไม่ได้หมายถึงขนมหวานอย่างเดียว แต่หมายถึงชา กาแฟต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล วันนี้เราจะรู้ทันร่างกายกันให้มากขึ้น แล้วลองลดระดับความหวานกันดูทริคง่าย ๆ ได้ทั้งสุขภาพ และยังลดน้ำหนักได้ด้วย

ทำไมถึงติดหวาน การทำงานของร่างกาย

การทำงานของร่างกายนั้น เมื่อเรากินของหวานเข้าไป รสหวานจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งโดพามีน (Dopamine) ออกมาฉะนั้นเมื่อเรากินของหวานเข้าไปแล้วมักจะมีความสุขอยู่เสมอ พอกินเข้าไปบ่อย ๆ สมองก็จะชินกับรสหวาน ซึ่งในครั้งต่อ ๆ ไปเราจึงอยากที่จะเพิ่มรสชาติความหวานให้มากขึ้น เพื่อให้เรามีความสุขเท่าเดิม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราติดหวาน และอยากที่จะกินของหวานอยู่เรื่อย ๆ

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน
สมองหลั่งสารโดพามีนทำให้มีความสุข และชอบหวานขึ้นเรื่อยๆ วิธีลดน้ำหนัก

ตอนนี้ติดหวานระดับไหน?

ระดับที่ 1 กินของคาวเสร็จ แล้วต้องต่อด้วยของหวาน

ระดับที่ 2 จะรู้สึกหงุดหงิน หากไม่ได้กินของวานในวันนั้น ๆ

ระดับที่ 3 กินของหวานแทนข้าวได้

วิธีลดอาการติดหวาน

เราสามารถลดอาการติดหวานได้ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้ให้หักโหมเลิกเด็ดขาด แต่ให้ค่อย ๆ ลดไปทีละขั้น ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นคนที่ชอบกินชาไทยให้ค่อย ๆ ลดมาสั่งเป็นหวานปกติ – หวานน้อย – ไม่หวาน จากนั้นหากยังติดคาเฟอีนให้ลองหันไปกินชาจากใบชา ที่ไม่ใช่นม หรือน้ำตาล เช่นชาฉุยฟง เป็นต้น

ตัวช่วยลดอาการติดหวาน

เราสามารถกินอะไรแทนของหวานได้บ้าง จริง ๆ แล้วมีของมากมายหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพ เช่นการเลือกผลิตภัณฑ์นมรสหวานธรรมชาติ ไม่เพิ่มน้ำตาล หรือหากชอบทานผลไม้ก็ให้เลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำเช่น ชมพู่ แตงโม แคนตาลูป สตรอว์เบอร์รี่ หรือหากรักสุขภาพก็สามารถเลือกทานกรีกโยเกิร์ต หรือโยเกิร์ตไม่มีน้ำตาลก็ได้

ต้องบอกเลยว่าขนมหวานก็มีประโยนชน์ทำให้เรามีความสุข สมองแล่นได้ แต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะหันมาเลือกทานอย่างพวกดาร์กช็อกโกแลต หรือหากติดคาเฟอีนก็สามารถเลือกทานอเมริกาโนไม่ใส่น้ำตาลได้ ซึ่งเมนูนี้บอกเลยว่านอกจากจะช่วยลดความอยากอาหารแล้ว ยังช่วยเผาผลาญอีกด้วยนะ

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน
วิธีลดน้ำหนัก ของหวานทางเลือก เพื่อสุขภาพ

อาการคนติดหวาน วิธีลดน้ำหนัก ฉบับคนติดหวาน ที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องตัดของหวานออกจากชีวิต เพราะของหวานก็ทำให้มีความสุข และมีประโยชน์กับร่างกายของเราเช่นกัน เพียงแต่ หวยสด ให้เลือกทานให้เป็น มองหาสิ่งทดแทน หรือตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าเพียงเท่านี้ก็จะเกิดความบาลานซ์ และมีสุขภาะที่ดีขึ้นได้ นอกจากนั้นยิ่งเราทานหวานน้อยเท่าไหร่ ก็จะทำให้ผิวไม่เหี่ยว ไม่หย่อนคล้อยอีกด้วย เพราะน้ำตาลก็เป็นสาเหตุทำให้หน้าแก่เช่นกันนะ

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่ สมัยนี้ใคร ๆ กันหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ สาวๆ ไม่ว่าจะประโคมสกินแคร์ไปเยอะแค่ไหนก็ไม่เห็นความแตกต่าง วันนี้ลองมาปรับพฤติกรรมการกินกัน กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่ วันนี้ หวยสดพลัส ชวนมาลองมาทำความเข้าใจกับร่างกายกันให้มากขึ้น รับรองว่าเห็นผลแน่นอน

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่ ระวังแก่ก่อนวัยโดยไม่รู้ตัว!

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่
ของหวาน สวรรค์ของคนไทย

น้ำตาล และความหวาน

รู้หรือไม่ว่า ‘น้ำตาล’ กินมากไปนอกจะจะอ้วนแล้ว ยังทำให้แก่อีกด้วยนะ การที่เรากินของหวานเพื่อความสุขก็มีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากไปมันจะทำให้เราติดกินหวานไปเรื่อย ๆ จนยากที่จะควบคุมไหว

ซึ่งจริง ๆ แล้วองค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขมีการควบคุมและกำหนดไว้ว่าเราไม่ควรกินน้ำตาลเกินวันละ 4 – 6 ช้อนชา แต่จากข้อมูลของทางกระทรวงสาธารณสุขนั้นกลับพบว่าคนไทยติดหวาน กินน้ำตาลถึงวันละ 28.4 ช้อนชาเลยทีเดียว ซึ่งเกินจากมาตรฐานไปเยอะมากถึง 4.7 เท่า วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ว่าการกินหวานมีผลต่อร่างกายของเราอย่างไร อยากผิวดี ต้องเริ่มปรับจากพฤติกรรมนะคะ

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่
น้ำตาลทำลายสุขภาพ กินหวานแล้วหน้าแก่

ทำไมกินหวานแล้วถึงแก่เร็ว

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีใจรักหวาน รักความหวานจนต้องร้องขอชีวิต วันนี้เราจะมาลองปรับพฤติกรรมการกินกันใหม่ โดยจะต้องทำความเข้าใจพื้นฐานของน้ำตาล และร่างกายของเรากันก่อน

เมื่อเรากินของหวาน หรือน้ำตาล เข้าไปในร่างกายนั้น น้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และเดินทางไปทั่วร่างกาย ซึ่งการกินทั้งหลายเหล่านี้จะเกิดเอฟเฟ็กกับผิวหนังโดยตรง โดยน้ำตาลนั้นจะทำปฏิกิริยากับ โปรตีน และ คอลลาเจน ซึ่งเมื่อน้ำตาลย่อยแล้วนั้นก็เหมือนกับไปเจอกับคู่อริอย่างโปรตีน จนไปรวมตัวจับคู่กัน หรือที่เรียกว่าจับพันธะ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะทำให้เกิด สารอนุมูลอิสระ หรือตัวออกซิเดนท์นั่นเอง ซึ่งตัวนี้จะทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ และทำให้ผิวหนังเหี่ยว มีริ้วรอยก่อนวัยนั่นเอง

โดยปกติแล้วฏปรตีน และคอลลาเจนของเรามีระยะเวลาการเสื่อมสภาพของมันตามวัน เวลา แต่ร่างกายของเราก็มีกลไกในการชะลอการเสื่อมสภาพของโปรตีน และคอลลาเจน และกลไกในการกำจัดของมัน ซึ่งน้ำตาลตัวนี้มันจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการการทำงานของร่างกายในการกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ทำให้ร่างกายยังคงเก็บพวกโปรตีน และคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพไปเรื่อย ๆ จนทำให้ผิวหนังของเราเกิดริ้วรอยก่อนวัยนั่นเอง

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่
กินหวานแล้วหน้าแก่

ลดหวาน ลดอายุให้ผิว

การจะลดของหวานแค่คิดก็ยากแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าการปรับพฤติกรรมนั้นต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก วันนี้เราเลยจะมาช่วยเป็นกำลังใจ และลดความหวานไปพร้อม ๆ กัน เริ่มจากลองควบคุมความหวานกันก่อน ใครเคยกินของหวาน ชา กาแฟหนัก ๆ เริ่มค่อย ๆ ลดพวกขนมลง เหลือไว้แค่ชานม กาแฟ หรือโกโก้กันวันละแก้วก่อน

จากนั้นเมื่อร่างกายชินจึงค่อยลดพวกเครื่องดื่มไป และหันไปทานอเมริกาโนไม่ใส่น้ำตาลแทน เพราะกาแฟไม่ใส่น้ำตาลช่วยลดความอยากลงได้มาก และยังช่วยเผาผลาญอีกด้วยนะ ถือว่าวันนี้มาแจกทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำตามกัน ลดหวานได้ นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แถมยังมีผิวดีเหมือนได้ย้อนวัยอีกครั้งด้วยนะคะ

กินหวานแล้วหน้าแก่ จริงหรือไม่

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต การรับประทานอาหารแบบคีโตนั้นกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แล้วการเลือกทานคีโตนั้นทำอย่างไร วันนี้ หวยสด เรามาศึกษารูปแบบ กระบวนการ และกลไกการทำงานของร่างกายในแบบฉบับเข้าใจง่ายกันก่อน กินถูกวิธี ดีต่อสุขภาพ และสามารถลดน้ำหนักได้ในระยะยาวอีกด้วย

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต
คีโตคืออะไร กินคีโต สัดส่วนอาหาร

คีโตคืออะไร

การรับประทานคีโต คืออะไร แนวทางการรับประทานอาหารแบบถูกวิธี โดยการกินไขมันเป็นตัวเอกในทุก ๆ มื้อ หากทานอย่างถูกวิธีก็จะช่วยทั้งในเรื่องของสุขภาพ และน้ำหนักตัวอีกด้วย ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน ก็ใช้วิธีนี้ในการปรับการรับประทานอาหารเช่นกัน แต่วิธีการกินคีโตนั้น หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินว่าให้กินไขมันแทนแป้ง ความคิดนีครบถ้วนแล้วหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับการทานคีโตกันให้มากขึ้นกว่าเดิม ทานดี ทานถูกวิธีสุขภาพดีแน่นอน

คีโตกับการทำงานของร่างกาย

คีโต หรือ คีโตเจนิก ไดเอต ( Ketogenic Diet) เป็นการรับประทาน ไขมัน และ โปรตีน เพื่อลดอาหารจำพวดแป้ง และน้ำตาลลง โดยกระบวนการการทำงานของร่างกายนั้น อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต หรือพวกข้าว แป้ง เผือก มัน เมื่อเข้าไปในร่างกายมันจะถูกย่อยให้กลายเป็นน้ำตาล เพื่อนำมาเป็นพลังงานหลักของร่างกาย ซึ่งหากทานมาก ๆ น้ำตาลจะไปสร้างพันธะและทำให้เกิดสารออกซิแดนซ์ หรือทำให้ผิวพรรณหย่อนคล้อย

แต่เมื่อเราลดการรับประทานทานคาร์โบไฮเดรตลง ร่างกายจะหันไปเผาผลาญไขมันเก่าที่ร่างการสะสมไว้แทน ซึ่งจะเรียกกันว่า สารคีโตนบอดี้ (Ketone Body) นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า คีโต นั่นเอง

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต
คีโตคืออะไร คีโตกินอย่างไร

กินคีโตอย่างไร

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าการกินคีโตนั้น คือการกิน ไขมัน และ โปรตีน เป็นหลัก โดยอัตราส่วนการรับประทานอาหารนั้นนั้น คือให้ลดพวก ข้าว แป้ง น้ำตาล เหลือเพียง 5% หรือ 20 – 50 กรัมต่อวัน หรือลดอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต (ที่จะย่อยเป็นน้ำตาล)ในมื้ออาหารให้หมด เพื่อให้ร่างกายนำไขมันในร่างกายมาให้เป็นแหล่งพลังงานหลักแทน

โดยการกินอาหารประเภทไขมัน และโปรตีนนั้นจะทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และมีสารคีโตนบอดี้ที่เป็นตัวช่วยในการลดความอยากอาหารอีกด้วย นั่นทำให้แคลอรี่ที่ร่างกายเรารับใน 1 วันลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำให้น้ำหนักลดลงนั่นเอง

ทำความรู้จักกับไขมันในอาหาร

ถึงแม้การรับประทานคีโต คือการเน้นไขมันเป็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าการกินของทอด ของมันที่อุดมไปด้วยไขมันมาก ๆ นั่นจะดีต่อร่างกาย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับการเลือกทานไขมันให้มากขึ้น โดยไขมันนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • ไขมันไม่อิ่มตัว หรือที่เราเรียกกันว่าไขมันดี ส่วนใหญ่แล้วจะพบในอาหารประเภทปลาที่มีไขมันมาก พืช ผักต่าง ๆ เช่น แซลมอน ปลาทะเล ถั่วเหลือง น้ำมันงาอโวคาโด น้ำมันมะกอก เป็นต้น
  • ไขมันอิ่มตัว มีทั้งไขมันดีและไขมันเลวอยู่ในตัว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบได้ในเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม พืชบางชนิด เช่น น้ำมันหมู โยเกิร์ต เนย ชีส กะทิ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไขมันทั้ง 2 ประเภทนั้นจำเป็นต่อร่างกาย แต่หากมีไขมันอิ่มตัวมากเกินความพอดี ก็จะทำให้เกิดผลเสียได้นั่นเอง ซึ่งผัก ผลไม้บางชนิดนั้นคนที่ทานคีโตก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีแป้ง และน้ำตาลสูงนั่นเอง

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต
คีโตคืออะไร ไขมันดี การเลือกทานคีโต

ผลข้างเคียงการกินคีโต

การกินอาหารคีโตให้ถูกต้องตามหลัก ตามวิธีนั้นมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ และการลดน้ำหนัก แต่ก็อย่าลืมไปว่าการทานคีโตนั้นเป็นการจำกัดเจาะจงสารอาหารบางประเภท เพื่อลดสารอาหารอีกประเภท หากไม่ใส่ใจในการเลือกทานอาหารให้หลากหลายก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้นั่นเอง เช่น การขาดสารอาหาร ท้องผูก ขาดน้ำ แร่ธาตุ กระหายน้ำบ่อย สมองล้า เป็นสิว ผิวมันหากทานเกินพอดีและไม่เลือกทานอาหาร

คีโตคืออะไร วิธีกินไขมันลดน้ำหนักแบบคีโต

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
ทำความรู้จักกับ โอไมครอน โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่

ตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก โอไมครอน ด้วยการกลายพันธ์ที่รวดเร็ว และหลายๆ บริษัทที่ผลิตวัคซีนในขณะนี้ ต่างรีบเร่งในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยการกลายพันธุ์ในครั้งนี้ เพราะถือว่า เป็นการกลายพันธุ์ที่แทบจะเป็นโรคอุบัติใหม่ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นมาก ๆ ที่ต้องทำความเข้าใจ และรับมือ เพื่อสุขภาพและป้องกันการระบาดเพิ่มค่ะ

ตื่นตัว พร้อมรับมือกับ โอไมครอน

Omicron เป็นการกลายพันธุ์จากโคโรนาไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์ B.1.1.529 โดยถูกพบครั้งแรกในทวีปแอฟริกาใต้ และ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จัดอยู่ให้ใน VOC หรือ Variants of Concern จัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล เพราะมีการกลายพันธุ์ที่มากจนผิดปกติ และที่สำคัญ ยังมีศักยภาพในการแพร่เชื้อ และในแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลานี้

การกลายพันธุ์นั้น มีการกลายพันธุ์มากกว่า 50 จุด และจุดที่กลายพันธ์ุเกินครึ่ง กลายพันธุ์ในโปรตีนหนาม ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ และส่งผลให้การทำงานของวัคซีนลดลง

ทำความรู้จักกับ โอไมครอน โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่
โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่

ภายในช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลาอันสั้นมาก พบว่า มีการแพร่ระบาดในประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอิสราเอล ประเทศบอตสวานา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมนี ประเทศออสเตรเลีย ประเทศฝรั่งเศส ประเทศฮ่องกง ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศฮ่องกง ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา และในขณะนี้ องค์การอนามัยได้ประกาศว่า พบการแพร่ระบาดถึง 23 ประเทศแล้ว รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทย อย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งต้องยอมรับว่า การแพร่กระจายเชื้อค่อนข้างไว และเป็นวงกว้าง

ในส่วนของวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ ทั้งวัคซีน mRNA , Viral Vector หรือแม้กระทั่ง วัคซีนเชื้อตาย ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงเท่าใด ต้องทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา WHO ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการติดเชื้อ โดยสำหรับผู้ที่เคยเป็นโควิด มีโอกาสเป็นซ้ำ และโดยส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อ กลับพบว่า ไม่มีอาการบ่งชี้ และแทบไม่แสดงอาการ ในหมู่ผู้ที่อายุน้อย

ทำความรู้จักกับ โอไมครอน โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่
โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่

และในขณะนี้หลายๆ ประเทศ ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินที่มาจากประเทศแอฟริกาใต้ และได้มีการเริ่มปิดประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์อีกด้วย และยังเฝ้าระวังกันเป็นอย่างมาก เพราะในขณะนี้ มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องไม่มากพอ จึงต้องรอการศึกษา วิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะสามารถป้องกันการระบาด และลดความสูญเสีย ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ และชีวิต

สำหรับประเทศทยก็เป็นกังวลในการระบาดในครั้งนี้เช่นกันค่ะ แม้ว่าในขณะนี้ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธ์ุใหม่ แต่ก็ยังมีความน่ากังวล เนื่องด้วย ยังมีประชากรยังไม่ได้รับวัคซีน รวมไปถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ทำความรู้จักกับ โอไมครอน โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่
Antigen Test Kit 

การดูแลป้องกันตนเอง ให้สุขภาพแข็งแรงตลอดเวลา มีความจำเป็นมาก ๆ ทั้งในเรื่องของการทานอาหารปรุงสุก สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน หรือพบเจอผู้คน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน และหมั่นตรวจโควิด ด้วย Antigen Test Kit เพื่อเป็นการเช็กตัวเองเบื้องต้น ตื่นตัวแต่ต้องไม่แตกตื่นค่ะ สำหรับการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์นี้ ยังเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งหากมีการศึกษา ค้นคว้า วิจัยได้แล้ว อาจทำให้ทุกประเทศ สามารถรับมือกับโรคระบาดกลายพันธุ์ในครั้งนี้ได้

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
วิธีการดูแลตัวเองในฤดูหนาว

ลมหนาวมาเยือนแล้วนะคะสาว ๆ เรามาดูแลตนเองในฤดูหนาวกันค่ะ เชื่อได้ว่า ฤดูหนาว น่าจะเป็นฤดูโปรดของใครหลาย ๆ คนเลย ด้วยอากาศที่แสนจะเย็นสบาย น่านอนตลอดเวลา แต่ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และผิวหนังของเราได้นะคะ ดังนั้น 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว จึงจำเป็นสำหรับทุกคนมากเลยค่ะ แข็งแรงสู้อากาศเย็นๆ กันดีกว่าค่ะ

เคล็ดไม่ลับ 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

สาวๆ ทราบกันดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะว่า เมืองไทย เป็นเมืองร้อน ร้อนมากเลย ที่ผ่านมาเราเจอสภาพอากาศร้อนๆ แดดจัดๆ มาตลอด พออากาศเย็นลง แน่นอนค่ะ สภาพร่างกายของเรา อาจจะเปลี่ยนแปลงจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยน ดังนั้น ในช่วงฤดูหนาวนี้ มาทำให้ตัวเองสุขภาพดีทั้งภายในและภายนอกกันดีกว่าค่ะ

1.ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม

เรามักจะได้ยินกันมาตลอดว่า การทำน้ำเยอะๆ จะดีต่อสุขภาพ ต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้ว แต่ว่า ทำกันได้มั้ยเอ่ย? ถ้าเกอดว่ายังทำไม่ได้ ต้องรีบปรับพฤติกรรมของตนเองกันแล้วนะคะ เพราะว่า ในช่วงฤดูหนาว อากาศแห้งมาก ผิวเราก็จะแห้งตามไปด้วย การทานน้ำมาก ๆ จะยังคงช่วยให้ผิวพรรณ และร่างการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกายได้ดี ดังนั้น เริ่มได้เลยค่ะ เดินไปเทน้ำเปล่าซักแก้ว แล้วมาดูเคล็ดลับข้อต่อไปกันค่ะ

ท้าลมหนาว ด้วย 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

2.พยายามทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

เชื่อว่าสาวๆ หลายๆ ท่าน เตรียมสั่งชุดกันหนาว เสื้อไหมพรม ถุงมือรอกันแล้วใช่มั้ยคะ ก็แหม เปิดดูในตู้เสื้อผ้า แล้วแต่ไม่มีเสื้อผ้าใส่เลย จะให้ทำไง ใช่มั้ยคะ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะว่า การใส่เสื้อกันหนาว เสื้อไหมพรม เพื่อช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น จะทำให้เราสบายตัว และไม่เสี่ยงต่อการเป็นหวัดด้วยค่ะ ดังนั้น รักษาความอบอุ่นให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลานะคะ

ท้าลมหนาว ด้วย 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

3.ดูแลผิวกายด้วยครีมบำรุง หรือออยล์สำหรับบำรุงผิว

วิธีนี้ ใช้ได้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายนะคะ และก็มีความจำเป็นมาก ๆ เลยด้วยค่ะ เพราะการดูแลผิวพรรณในช่วงฤดูหนาว จะต้องใส่ใจและพิถีพิถันมาก ๆ แต่ไม่ยากเกินความสามารถของทุกท่านแน่นอนค่ะ หลังจากอาบน้ำ ให้เริ่มบำรุงผิวด้วย ออยล์ สำหรับบำรุงผิว หรือจะใช้ออยล์ทาตัวของเด็กก็ได้ค่ะ ทาผิวในขณะที่ผิวเรายังมีน้ำหมาดๆ ออยล์จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น รวมไปถึงบำรุงผิวให้นุ่ม และไม่แห้งค่ะ ต่อมาให้ทาครีมทาผิว หรือโลชั่น ทั้งแบบบำรุง และกันแดด เน้นย้ำ ว่าต้องทาครีมกันแดดด้วยนะคะ เพราะว่า แดดในช่วงนี้ จะแรงเป็นพิเศษ เพื่อให้ผิวเรายังคงสุขภาพดีท้าลมหน้าว ต้องทาครีมบำรุง และทากันแดดด้วยนะคะ

ท้าลมหนาว ด้วย 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

4.บำรุงผิวปาก ด้วยลิปบาร์ม วาสลีน

ถ้าไม่อยากเจ็บปาก หรือยิ้มนิดเดียว ปากก็แตกเลย ห้ามลืมทาลิบบาร์ม หรือวาสลีนเด็ดขาดเลยค่ะ ทาทั้งตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน ก่อนทาลิปสติก หรือก่อนนอน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวปาก แต่ข้อควรระวังก็คือ จำเป็นต้องเลือกสูตรที่ช่วยบำรุง และไม่มีสารเคมี ไม่เช่นนั้นจะทำให้ริมฝีปากไม่สวยได้นะคะ

ท้าลมหนาว ด้วย 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

5.ทานแต่อาหารที่เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

สำหรับข้อสุดท้าย เน้นย้ำ และสำคัญมาก ไม่เพียงแค่ในเฉพาะฤดูหนาว แต่ในทุก ๆ วัน เราต้องเลือกทานอาหารที่มีแต่ประโยชน์ในแก่ร่างกายค่ะ เพราะทานอาหารดี ร่างกายก็จะดีตาม ฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาที่เราป่วยง่ายมากที่สุด การทานผักผลไม้ที่มีวิตามิน จะช่วยป้องกันเราจากโรคหวัด และโรคอื่นด้วยค่ะ ดังนั้น เลือกซื้อผัก และผลไม้มาติดไว้ที่บ้าน แช่ในตู้เย็นเป็นประจำนะคะ

ท้าลมหนาว ด้วย 5 วิธีการดูแลตนเองในฤดูหนาว

มาเตรียมตัวรับมือกับลมหนาวด้วยเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อกันดีกว่าค่ะ เพราะถ้าเราแข็งแรง เตรียมตัวพร้อมแล้ว จะหนาวกว่านี้ ก็สบายมาก ในช่วงสิ้นปีนี้ เป็นฤดูหนาวที่ทำให้ทุกคนมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงกันดีกว่าค่ะ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
7 วิธี เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโรค ป้องกันหวัด

            ภูมิต้านทานสูงสู่สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง! เป็นข้อเท็จจริงที่หลายๆ คนคงทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากระบบภูมิคุ้มกันโรคต่ำหรือบกพร่อง ก็จะก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ติดเชื้อจากไวรัส เชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย แน่นอนว่า ตอนนี้ทุกคนต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ถึงแม้จะทุเลาลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ควรการ์ดตก ละเลยการป้องกันเด็ดขาด ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน คือ การบูสต์พลังภูมิต้านทานโรคนั่นเองค่ะ

ดังนั้น เราจึงได้นำ 7 วิธี เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโรค ป้องกันหวัด สู้ Covid ง่ายๆ ได้ผลจริง มาเป็นตัวช่วยให้ทุกคนได้ลองนำไปทำตาม การันตีเลยค่ะว่า สุขภาพของคุณจะดีขึ้น ห่างไกลโรคภัย และยังได้ครอบครองหุ่นสวยๆ สัดส่วนกระชับด้วยค่ะมาเริ่มกันเลย

เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโรค 7 วิธี

เสริมภูมิคุ้มกัน

1.เพิ่มโปรตีนในทุกๆ มื้อ

ทุกมื้ออาหารควรทานอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอ เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว เนื่องจากโปรตีนเป็นสารอาหารที่มีกรดอะมิโนอยู่จำนวนมาก ซึ่งช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ทำงานได้ดี จึงสามารถต้านการติดเชื้อได้ค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ คุมน้ำหนัก ทำให้รู้สึกอิ่มนานด้วย คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด!

เสริมภูมิคุ้มกัน

2.ลดอาหารมัน เลี่ยงไขมันร้าย

ของมัน ของทอด และฟาสต์ฟู้ด เป็นอาหารที่มีไขมันร้าย ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานด้อยประสิทธิภาพลง หากทานบ่อยๆ จะทำให้เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งมีผลการวิจัยยืนยันว่า คนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ภูมิต้านทานโรคจะต่ำกว่าคนที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ แน่นอนว่าหากลดการทานอาหารเหล่านี้ได้ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังทำให้ได้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มกลับคืนมาด้วย

เสริมภูมิคุ้มกัน

3.Workout บ่อยๆ อย่างน้อย 30 นาที

ออกกำลังกาย Workout บ่อยๆ อย่างน้อย 30 นาที นอกจากจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้นแล้ว ยังสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงาน กำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ นอกจากนี้การออกกำลังกายจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดอย่าง Cortisol ลงได้ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนักหรือหักโหมเกินไปนะคะ

เสริมภูมิคุ้มกัน

4.ผักผลไม้ อย่าให้ขาด!

วิตามินแร่ธาตุในผักผลไม้ เช่น วิตามิน A, B, C, E เหล็ก ไลโคปีน เบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์  และลูทีน ล้วนมีความสำคัญในการฟื้นฟู ซ่อมแซมร่างกาย รวมถึงเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วย ซึ่งหากเป็นไปได้ ทุกคนควรทานผักผลไม้ให้ครบ 5 สีค่ะ แต่ถ้าต้องการแบบหาซื้อง่าย ทำได้หลายเมนู ก็ได้แก่ ผักใบเขียว ผักผลไม้สีแดง-ส้ม และผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามิน C สูงเลยค่ะ

เสริมภูมิคุ้มกัน

5.ลด ละ เลิก น้ำตาล!

Bakery ของหวานทุกชนิด จะมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินความจำเป็นของร่างกาย ดังนั้นหากเราทานบ่อยๆ จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วน ซึ่งภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจะไปกดภูมิคุ้มกันโรคให้ต่ำลง ทำให้ร่างกายขาดสมดุล ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย

เสริมภูมิคุ้มกัน

6.นอนหลับเต็มอิ่ม

การนอนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งการนอนอย่างเพียงพอ หลับสนิท นอนไวไม่ดึก! ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone หรือฮอร์โมนต้านชราออกมา เพื่อซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง เพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เซลล์แข็งแรง พร้อมป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี

เสริมภูมิคุ้มกัน

7.แหล่งจุลินทรีย์ดี! ต้องมีติดบ้าน

หลายคนอาจมองข้ามอาหารที่มีจุลินทรีย์ดีหลายชนิด อย่างโยเกิร์ต และนมเปรี้ยวไป โดยจะผ่านกระบวนการหมักจากเชื้อแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส ถือเป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย เราจะเรียกว่า Probiotic ค่ะ เมื่อทานอาหารที่มีโพรไบโอติกส์บ่อยๆ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นอย่างดี ถ่ายง่าย ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ทั้งยังเพิ่มปริมาณแบคทีเรียดีในลำไส้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารภูมิคุ้มกันเพิ่ม ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดแข็งแรง แค่คุณทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวเป็นประจำ สุขภาพดีได้ไม่ยากเลย

7 วิธี เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโรค ป้องกันหวัด สู้ Covid ง่ายๆ ได้ผลจริง ของเรา รับรองเลยค่ะว่า ถ้าสามารถทำได้ทุกข้อครบครันอย่างสม่ำเสมอ โรคต่างๆ ไม่มาเยือนแน่นอน ทั้งยังสุขภาพดี หุ่นสวยได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมเลยด้วย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน พร้อมปล่อยวาง ละเว้นความเครียดด้วยนะคะ สำหรับวันนี้เราขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

อ่านบทความอื่นๆ

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หุ่นเฟิร์มกระชับทั่วร่างด้วยการทานอาหารสุขภาพ ยังคงได้รับความนิยมไม่มีแผ่ว ยิ่งในยุคที่มีโรคระบาด ก็ยิ่งทำให้คนทั่วโลกหันมาเลือกทาน เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง และ อาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น แน่นอนว่าในปี 2022 หลายคนก็ยังให้ความสำคัญกับการเสริมภูมิคุ้มกัน โดยเลือกทานอาหารสุขภาพกันอยู่ แต่ทราบกันหรือเปล่าคะว่า เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็อินเทรนด์ไม่แพ้กันค่ะ

หากมาลองคิดดู “เครื่องดื่มที่เราดื่มทุกวันเต็มไปด้วยน้ำตาลและไขมัน ต่อให้ทานอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายบ่อยๆ ปัญหาสุขภาพก็อาจจะยังคงอยู่ แถมทำให้ตัวบวม คุมน้ำหนักได้ยากด้วยค่ะ

ห้ามพลาด! 5 เทรนด์ Healthy Drink 2022 เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง ที่คนรักสุขภาพต้องลิ้มลอง

ดังนั้น ใครที่อยากรูปร่างเป๊ะ สุขภาพแข็งแรงต้อง ห้ามพลาด! 5 เทรนด์ Healthy Drink 2022 เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง ที่คนรักสุขภาพต้องลิ้มลอง เราขอยืนยันเลยว่า เทรนด์เครื่องดื่มปี 2022 นี้ นอกจากมีประโยชน์กับสุขภาพ ราคาจับต้องได้แล้ว บางเมนูคุณสามารถทำเองได้ ทั้งยังครีเอทสีสัน และรสชาติได้ตามชอบอีกด้วยค่ะ

  • ม็อกเทล Mocktail
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

Mocktail เป็นเครื่องดื่มเลียนแบบค็อกเทล ที่ดื่มแล้วไม่ทำให้คุณเมา เพราะไม่มี แอลกออฮอล์เป็นส่วนผสม แถมมีประโยชน์กับสุขภาพด้วย ที่สำคัญคุณยังสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพลิดเพลินไปกับการผสมเครื่องดื่ม ให้รสชาติ ความหวาน สีสัน และหน้าตาของเครื่องดื่มออกมาถูกใจที่สุด โดยส่วนผสมใน Mocktail จะเน้นไปที่การมิกซ์น้ำผลไม้ ผลไม้สดกับส่วนผสมอื่นที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ค่ะ

  • คอมบูชา Kombucha
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

สาวๆ เหล่า Tea Lover สายสุขภาพคงรู้จักคอมบูชากันดี หรือเครื่องดื่มสุขภาพที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งชาหมักคอมบูชาเกิดจากการหมักชาเขียวหรือชาดำ และผลไม้เปรี้ยวกับน้ำตาล ทำให้มีรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ และมีกลิ่นแอลกอฮอล์เล็กน้อย ให้รสซ่าสดชื่น ทั้งนี้ในการวิจัยพบว่า คอมบูชามีโพรไบโอติกส์ (Probiotics) เช่นเดียวกับโยเกิร์ต จึงมีประโยชน์ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นและสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบ ย่อยอาหารดีขึ้น พร้อมขับสารพิษออกจากร่างกายด้วยค่ะ

  • ชาเห็ด
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

ยุคการใช้ชีวิตแบบ New Normal เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพถือว่า มีความสำคัญไม่น้อยกว่าอาหารเลยค่ะ ซึ่งชาเห็ดก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาตลอด แต่สำหรับในปี 2022 นอกจากเห็ดหลินจือที่นิยมนำมาชง ดื่มเป็นชาแล้ว เราจะได้เห็นเห็ดหิมะ เห็ดหอม และเห็ดอื่นๆ ที่จะถูกนำมาผลิตเป็นชาสุขภาพด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เห็ดมีประโยชน์ในการต้านอนุมูล-อิสระ ปรับสมดุลร่างกาย กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน และยังช่วยคุมน้ำหนักได้ ใครที่กำลังลดน้ำหนักต้องลองค่ะ

  • น้ำอัดลมสูตร Healthy
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

น้ำอัดลมขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก สำหรับใครที่หลงรักการดื่มน้ำอัดลม แต่ดื่มบ่อยไม่ได้ด้วยปัญหาสุขภาพหรือไม่อยากอ้วน น้ำอัดลมสูตรนี้ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นและลิ้มลองน้ำอัดลมสูตร Healthy ที่มีโพรไบโอติกส์ หรือใยอาหาร ซึ่งเป็นประโยชน์กับสุขภาพ โดยปราศจากน้ำตาล แคลอรี แต่ยังคงได้รสสัมผัสที่อร่อยสดชื่นเหมือนเดิมค่ะ

  • นมทางเลือกใหม่
เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง

การดื่มนมจากธัญพืชแทนนมจากสัตว์ Plant-based Milk มีมานานแล้วค่ะ ในปัจจุบัน การใช้โปรตีนทดแทนจากพืช นอกจากจะดีกับสุขภาพแล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย  ดังนั้น Plant-based Milk นมจากธัญพืชที่ปราศจากน้ำตาลและมีแคลอรีต่ำ อย่างเช่น นมแมคคา-เดเมีย นมพิสตาชิโอ นมข้าวโอ๊ต และนมจากธัญพืชอื่น จึงถูกนำมาใช้ปรุงอาหารแทนนมวัว หรือใช้ผสมในกาแฟ ทานกับซีเรียล ปั่นกับสมูทตี้กันมากขึ้น ซึ่งมังสวิรัติทานได้ สายคีโตก็ทานดี อีกทั้งไม่ต้องกังวลกับปัญหาน้ำหนักเพิ่มด้วยค่ะ

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ ต้องเริ่มจากอาหารการกินค่ะ ซึ่ง 5 เทรนด์ Healthy Drink ประจำปี 2022 ก็เป็นเครื่องดื่มสุขภาพมาแรง ทางเลือกเพื่อสุขภาพ ที่ดีทางหนึ่งเลยค่ะ อย่างไร ก็ตามต้องเลือกให้เหมาะสมกับสุขภาพของคุณด้วยนะคะ นอกจากนี้การออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อน ให้เพียงพอ และการคิดบวกอยู่เสมอ ก็จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพกายและใจ ของคุณสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย

0 comment
0 FacebookTwitterPinterestEmail
Older Posts